ประวัติพระอาจารย์นำ ชินวโร วัดดอนศาลา (นำ แก้วจันทร์)

หัวข้อกระทู้ ใน 'พระอาจารย์นำ ชินวโร (นำ แก้วจันทร์)' เริ่มโพสต์โดย jormthepcyber, 15 กุมภาพันธ์ 2018.

  1. jormthepcyber

    jormthepcyber Administrator Staff Member

    สมัครเมื่อ:
    27 กุมภาพันธ์ 2017
    ข้อความโพสต์:
    186
    คำชอบใจ:
    0
    ถ้วยรางวัลสะสม:
    16
    ประวัติพระอาจารย์นำ ชินวโร วัดดอนศาลา(นำ แก้วจันทร์)

    พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา.jpg

    พระอาจารย์นำ ชินวโร เกิดเมื่อวันศุกร์ เดือนเก้า (สิงหาคม) พ.ศ.2434 ที่บ้านดอนนูด ตำบลปันแต (บ้านดอนนูดมีอาณาเขาติดต่อกับ 3 ตำบล คือ ตำบลปันแต ตำบลควนขนุน ตำบลมะกอกเหนือ) เป็นบุตรของนายเกลี้ยง นางเอียด แก้วจันทร์ มารดาได้เสียชีวิตตั้งแต่ท่านยังเล็กอยู่ (หลังจากคลอดบุตรหญิงคนสุดท้อง) บิดาเป็นอาจารย์ที่เก่งกล้าทางไสยศาสตร์ ดังนั้นพระอาจารย์นำ จึงได้มีโอกาสศึกษาวิชาทางไสยศาสตร์เบื้องต้นแต่เยาว์วัย นอกจากนั้น บิดายังได้นำไปฝากให้ศึกษาวิชาเวทมนตร์คาถากับพระอาจารย์ทองเฒ่า วัดเขาอ้อ ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงมากสมัยนั้น ประวัติพระเกจิอาจารย์

    พระอาจารย์นำ อุปสมบทเมื่ออายุ 20 ปี ณ วัดดอนศาลา มีพระครูอินทรโมฬี วัดปรางหมู่นอก เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูดิษฐ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ อยู่ศึกษาวิชาทางธรรมและพระคาถาอาคม ฝึกฝนวิปัสสนากับพระครูสิทธยาภิรัตในระหว่างอุปสมบทได้ 6 พรรษา จึงลาสิกขาแล้วได้สมรสกับนางสาวพุ่ม มีบุตรชาย หญิง ด้วยกัน 4 คนจนกระทั่ง พ.ศ.2506 พระอาจารย์นำ ได้ป่วยหนักจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ได้มีลูกศิษย์ของท่านประทับทรงหลวงพ่อที่วัดเขาอ้อ (บ้างก็ว่าท่านฝันเห็นพระอาจารย์ทองเฒ่า) บอกว่าหากจะให้หายป่วยจะต้องบวช ซึ่งท่าน"อาจารย์นำ"ก็รับว่าถ้าหายป่วยแล้วจะบวชทันที ปรากฏว่าอาการป่วยของท่านก็หายเป็นปกติ ดังนั้น"พระอาจารย์นำ"จึงได้อุปสมบทอีกครั้งหนึ่งที่วัดดอนศาลา เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2506 และได้อยู่ในเพศบรรพชิตตลอดมาจนถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2519 รวมอายุได้ 85 ปี ต่อมาในปี 2520 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ.2520

    พระอาจารย์นำ ชินวโร วัดดอนศาลา ได้ทำคุณประโยชน์หลายอย่าง ที่สำคัญได้แก่

    1. การช่วยเหลือราชการปราบปรามโจรผู้ร้าย ในสมัยที่ อาจารย์นำ วัดดอนศาลา ยังเป็นฆราวาส พ.ศ.2466 ทางมณฑลนครศรีธรรมราช ได้ส่งพระยาวิชัยประชาบาล ผู้บังคับการตำรวจมณฑลนครศรีธรรมราช ไปปราบโจรผู้ร้ายในจังหวัดพัทลุง ไปตั้งกองปราบที่วัดสุวรรณวิชัย ปรากฏว่าพระอาจารย์นำ ได้เป็นกำลังสำคัญในการนำสืบจับโจรผู้ร้าย ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ในการปราบปรามครั้งนั้นมาก จนสามารถปราบปรามโจรผู้ร้ายได้สงบราบคาบ

    2. การสร้างวัตถุมงคลพระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา จ.พัทลุง อาจารย์นำ วัดดอนศาลา ได้สร้างเครื่องรางของขลังไว้มาก ทั้งที่สร้างด้วยตัวท่านเองและสร้างร่วมกับคณาจารย์ผู้อื่นเช่น พ.ศ.2483 ร่วมมือกับพระครูสิทธิยาภิรัตน์ (เอียด) สร้างพระมหาว่าน ขาว-ดำ และพระมหายันต์ แจกให้ทหารที่ไปรบในสงครามอินโดจีน พ.ศ.2512 ได้สร้างพระเนื้อผงผสมว่าน จำนวน 4 พิมพ์ พ.ศ.2513 สร้างพระปิดตาอาจารย์นำ วัดดอนศาลา พระปิดตาเนื้อชิน ตะกั่ว พ.ศ.2519 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ได้สร้างเหรียญรูปเหมือน พระอาจารย์นำและพระกริ่งทักษิณ ชินวโร ซึ่งเป็นวัตถุมงคลรุ่นสุดท้ายของท่าน อาจารย์นำ วัดดอนศาลา นอกจากนี้ท่านยังได้สร้างตะกรุดและผ้ายันต์ไว้มากมาย วัตถุมงคลเหล่านี้เป็นที่เชื่อถือศรัทธา ของประชาชนทั่วไป ในวงการพระเครื่องแสวงหากันมาก จนปัจจุบันกลายเป็นวัตถุมงคลที่หาได้ยากยิ่งอย่างหนึ่ง

    3. การสร้างอุโบสถ อาจารย์นำได้ดำริจะสร้างอุโบสถสำหรับวัดดอนศาลา โดยได้ปรึกษาหารือกับบรรดาศิษย์ และได้รวบรวมเงินจากผู้มีจิตศรัทธา จากการทอดกฐินบ้าง ทอดผ้าป่าบ้าง จึงได้เริ่มสร้างอุโบสถตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๓ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ในการดำเนินการก่อสร้างครั้งนี้ พระอุโบสถวัดดอนศาลาสำเร็จเรียบร้อยเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ ซึ่งเป็นปีที่ท่านถึงแก่มรณภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จารึกพระปรมาภิไธยย่อ "ภ.ป.ร." ไว้ที่หน้าบันและขอบประตูหน้าต่างอุโบสถทุกบานภายในพระอุโบสถพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นค่าจ้างให้ช่างเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติและทศชาติชาดก ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่พระอาจารย์และชาวจังหวัดพัทลุงเป็นอย่างยิ่ง

    พระอาจารย์นำ เป็นผู้มีจิตเมตตา กรุณา มีอุเบกขา ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้ที่พบเห็น ท่านได้ช่วยเหลือเกื้อกูลต่อสังคมโดยส่วนรวมมากมาย และยังเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ องค์ปัจจุบัน ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ ดังจะเห็นได้จาก เมื่อพระอาจารย์นำยังมีชีวิตอยู่ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จและทรงเยี่ยมอาการป่วยของท่าน โปรดประทับอยู่ในกุฏินานถึง 2 ชั่วโมง ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่พระอาจารย์นำเป็นอย่างยิ่ง
     
  2. jormthepcyber

    jormthepcyber Administrator Staff Member

    สมัครเมื่อ:
    27 กุมภาพันธ์ 2017
    ข้อความโพสต์:
    186
    คำชอบใจ:
    0
    ถ้วยรางวัลสะสม:
    16
    ในหลวงเสด็จ-พระอาจารย์นำ.jpg

    พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติภาวนาจนมีพลังจิตกล้าแข็ง แม้ว่าก่อนจะมรณภาพเพียงไม่เท่าไหร่ อำนาจพลังจิตของท่านก็หาได้ลดน้อยลงไปแต่อย่างใดไม่ อำนาจจิตของพระอาจารย์นำ เป็นที่ยอมรับกันว่ากล้าแข็งมาก เวลาปลุกเสกวัตถุมงคลก็มักมีประสบการณ์วัตถุมงคลเคลื่อนไหวได้เองเสมอๆ และยังประกอบไปด้วยญาณสมาบัติอันสูงยิ่งนัก เพราะการฝึกพลังจิตและการเรียนทางวิทยาคมพระอาจารย์นำท่านเรียนและฝึกมาตั้งแต่เล็กๆ กับ "พระอาจารย์เกลี้ยง"ผู้เป็นบิดา ซึ่งพระอาจารย์เกลี้ยง"ผู้เป็นบิดา ซึ่งพระอาจารย์เกลี้ยงนี้ก็เป็นศิษย์สำนัก "เขาอ้อ"ทีมีชื่อเสียงมาก ท่านเป็นอาจารย์ไสยศาสตร์ฆราวาสที่มีลูกศิษย์และคนเคารพนับถือกันอย่างกว้างขวาง ครั้นเมื่อภรรยาหรือมารดาของพระอาจารย์นำ เสียชีวิต พระอาจารย์จึงได้บวชและจำพรรษาอยู่ที่ วัดดอนศาลา พร้อมกับเอาพระอาจารย์นำซึ่งขณะนั้นยังเป็นเด็กไปอยู่วัดดอนศาลา และเริ่มสอนวิชาให้นับแต่นั้นมา และก่อนที่จะมรณภาพเสมือนกับรู้ตัวว่าจะอยู่ได้ไม่นานแล้ว พระอาจารย์เกลี้ยงจึงได้พาเอาพระอาจารย์นำไปฝากให้เรียนวิชาเพิ่มเติมกับ "พระอาจารย์ทองเฒ่า" ที่วัดเขาอ้อผู้เป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันซึ่งสรรพวิชาแขนงต่างๆ ของสำนักเขาอ้อพระอาจารย์นำท่านเรียนรู้หมดและแตกฉานทุกแขนงแม้ว่าตอนแรกท่านจะเป็นอาจารย์ฆราวาสแต่ท่านก็อยู่ในศีลในธรรมและปฏิบัติฝึกฝนหลังจิตตลอดเวลาจนกระทั้งมาบวชเมื่อปลายอายุของท่านก็ยังปฏิบัติฝึกฝนอยู่มิขาด อำนาจพลังจิตของท่านจึงกล้าแข็งอยู่ตลอดระยะเวลาไม่มีลดน้อยถอยลงไปเลย มีแต่จะกล้าแข็งขึ้นเรื่อยๆเพราะท่านฝึกปฏิบัติและประกอบพิธีกรรมทางไสยศาสตร์มาอย่างต่อเนื่องหลายๆสิบปี ก่อนที่ท่านจะมรณภาพในปลาย พ.ศ. ๒๕๑๙ นั่น หลังจากที่ท่านได้ปลุกเสกเหรียญปี ๑๙ ไปแล้ว บรรดาลูกศิษย์และผู้ที่เคารพนับถือได้ขออนุญาติท่านสร้างวัตถุมงคลสักรุ่นหนึ่งเพื่อหาทุนมาบูรณะสิ่งก่อสร้างภายในวัดดอนศาลา ซึ่งขณะนั้นพระอาจารย์นำท่านก็เริ่มอาพาธบ้างแล้ว แต่เมื่อกราบเรียนท่านก็อนุญาติพร้อมกับกำหนดฤกษ์ในวันปลุกเสกให้เรียบร้อย โดยท่านกำชับว่าต้องสร้างให้เสร็จทันกฤษ์ที่กำหนดไว้ เพราะท่านจะมรณภาพในไม่นานนี้แล้ว แต่ปรากฏว่าการดำเนินการจัดสร้างวัตถุมงคลไม่อาจเสร็จตามที่ท่านกำหนดได้ ทางผู้สร้างจึงได้เดินทางไปกราบเรียนให้ท่านทราบ เมื่อทราบแล้วพระอาจารย์นำถึงกับนั่งนิ่งไม่พูดอะไรมากสายตามองทอดไปข้างหน้าอย่างไม่กระพริบอยู่ครู่ใหญ่ๆ จากนั้นก็บอกทางผู้สร้างว่าให้ไปดำเนินการสร้างวัตถุมงคล ให้เสร็จภายในฤกษ์นี้ให้ได้หากไม่เสร็จท่านบอกว่า "พ่อจะไม่รอแล้ว" เมื่อท่านกำหนดกฤษ์พิธีให้ใหม่ ก็เหมือนกับว่าท่านได้ยึดวันมณภาพออกไปอีกระยะหนึ่ง แต่ก็ไม่หลายวันนัก ทางผู้สร้างจึงรีบเร่งดำเนินการสร้างวัตถุมงคลจนแล้วเสร็จทันฤกษ์พิธีที่ท่านกำหนดให้ใหม่ พอวัตถุมงคลเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงได้นำไปถวายท่านวัดดอนศาลา พระอาจารย์นำจึงให้นำเอาวัตถุมงคลทั้งหมดคือรูปเหมือนขนาดเล็ก พระกริ่งทักษิณชินวโร และวัตถุมงคลอย่างอื่นอีกเล็กน้อย ไปวางไว้หน้าพระประธานในพระอุโบสถวัดดอนศาลา หลังจากนั้นก็จัดพิธีปลุกเสกโดยท่านให้นิมนต์พระเกจิอาจารย์ท่านอื่นมาร่วมปลุกเสกด้วย เช่น พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง พ่อท่านหมุน วัดเขาแดง และพระครูกาชาด (บุญทอง) วัดดอนศาลา เป็นต้น ขณะที่พิธีการปลุกเสกกำลังดำเนินไป และในบริเวณพิธีอยู่ในความเงียบนั้นได้มีเสียงดัง "เปี๊ยะ"มาจากกองวัตถุมงคลที่คลุมด้วยผ้าขาวในพิธีได้ยินกันทั่ว และมีวัตถุมงคลบางชิ้นกระเด็นออกมา แต่พิธีปลุกเสกก็ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆพอได้กฤษ์เสร็จพิธี พระอาจารย์นำก็พูดขึ้นว่า "สำเร็จแล้ว" จากนันบรรดาลูกศิษย์จึงได้ประคองพาท่านไปพักผ่อนที่กุฏิ เมื่อถึงกุฏิแล้วพระอาจารย์นำก็ได้บอกแก่บรรดาลูกศิษย์และชาวบ้านในที่นั้นว่ "อีก 3 วันพ่อไปแล้วนะ" สำหรับกองวัตถุมงคลในพิธีเมื่อไปเปิดผ้าขาวออกก็ปรากฏว่าลังไม่ที่ใส่วัตถุมงคลได้ปริแตก และวัตถุมงคลกระเด็นกระจายไปทั่ว หลังจากพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลแล้ว ๓ วัน ชาวบ้านต่างก็เดินทางมาที่วัดดอนศาลากันแน่นไปหมด เพราะเป็นวันที่ท่านกำหนดตอนที่ปลุกเสกวัตถุมงคลเสร็จแล้วว่า "อีก ๓ วันพ่อไปแล้วนะ"ซึ่งวันนั้นพระอาจารย์นำก็ได้ทักทายปราศรัยถามสารทุกข์สุกดิบแก่ชาวบ้านเหมือนกปกติเช่นก่อนๆพร้อมๆกับบอกลาไปด้วยพอได้เวลาประมาณ ๔ ทุ่มของคืนนั้นพระอาจารย์นำก็ได้เอ่ยปากลาทุกๆคนในนั้นว่า "พ่อไปแล้วนะ"จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนและก็มรณภาพไปอย่างสงบ ที่นี้ก็คงหายสงสัยได้แล้วนะครับว่า รูปเหมือนพระอาจารย์นำรุ่นนี้ปลุกเสกทันท่านหรือไหม?หรือปลุกเสกก่อนท่านมรณะภาพอย่างฉิวเฉียดแต่ ๓ วัน พลังจิตของท่านยังกล้าแข็งเหมือนเดิมหรือเปล่า? ลักษณะรูปเหมือนพระอาจารย์นำรุ่นนี้เป็นรูปเหมือนขนาดเล็กสำหรับห้อยคอ เป็นรูปพระอาจารย์นำนั่งสมาธิพาดผ้าสังฆาฏิ รายละเอียดแกะได้ลึกและคมชัดเจนมากใต้ฐานด้านหน้าเป็นฉายาของพระอาจารย์นำว่า "ชินวโร"ใต้ฐานด้านหลังเป็นตัวภาษาขอมที่ปลายสังฆาฏิด้านหลังตอกโค๊ตตัว "นะ" ในวงกลมซึ่งตวนะของสำนักเขาอ้อจะแปลกไม่เหมือนกันตัว นะ ของสำนักอื่นๆ ส่วนใต้ฐานด้านล่างใช้สว่านเจาะแล้วบรรจุ "ผงอนันตคุณ"พร้อมกับปิดทับด้วยแผ่นเงินที่ประทับตัวหนังสือว่า"ชินวโร" รูปเหมือนพระอาจารย์นำรุ่นนี้สร้างขึ้น ๓ เนื้อ คือ ทองคำ เงิน และ นวโลหะ
     

แบ่งปันหน้านี้

ขอบคุณที่ติดตามความเคลื่อนไหว

The following posts are from our community